เทรดเดอร์ควรลงทุนอย่างไรในสัปดาห์ที่เต็มไปด่วยข่าวเศรษฐกิจสำคัญ?

By Opzionietrading

เมื่อมองไปที่ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์นี้เราจะเห็นว่ามีเหตุการณ์ให้จับตามองมากมายไม่ว่าจะเป็นการประกาศนโยบายทางการเงินของสามธนาคารกลางใหญ่ รายงานตัวเลขของภาคแรงงาน รายงานตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 2 ของนิวซีแลนด์ รายงานตัวเลขยอดขายปลีกและอัตราเงินเฟ้อ ความผันผวนเริ่มต้นขึ้นเมื่อกราฟUSD/JPY ปรับตัวลดลงมาจาก 106 ลงไปยังจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์จบการปรับฐานที่กินเวลายาวนานกว่า 8 วัน ถึงกระนั้นข้อมูลตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นกลับออกมาดีกว่าที่คาดการณ์แต่สิ่งที่ตลาดกำลังเฝ้าจับตามองคือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นที่จะขึ้นมาแทนนายชินโซะ อาเบะที่ตัดสินใจลงจากตำแหน่งเพราะปัญหาด้านสุขภาพ ตอนนี้ตัวเก็งที่คาดว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนต่อไปมาจากพรรค LDP นายโยชิฮิเดะ สึกะ

ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนมูลค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ เพราะนักลงทุนกลัวว่าแถลงการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่กำลังจะถึงนี้ยังมีความเสี่ยงที่เฟดอาจจะผ่อนคลายมาตรการทางการเงินการเปลี่ยนกลยุทธ์ของอัตราเงินเฟ้อใหม่ที่แจ็คสัน โฮลของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดเมื่อเดือนที่แล้วอาจทำให้ผลการประชุมมีทิศทางที่้เปลี่ยนแปลงไป สกุลเงินหลักอื่นๆ ได้โอกาสวิ่งไปในทิศทางที่ต้องการของตนเมื่อดอลลาร์ยอมอ่อนข้อ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดว่าในการประชุมของเฟดครั้งนี้ไม่น่าจะมีข้อมูลอะไรที่เหนือความคาดหมายและสร้างผลกระทบให้ดอลลาร์สหรัฐมากนัก นอกจากการประชุมของเฟดแล้วข่าวที่อาจส่งผลต่อสกุลเงินดอลลาร์ยังมีรายงานตัวเลขยอดขายปลีก ผลสำรวจจากธนาคารกลางฟิลาเดเฟียและเอ็มไพร์ สเตตที่ตลาดควรให้ความสำคัญ

ถึงแม้ว่าเราจะค่อนข้างเชื่อมั่นว่าสกุลเงินยูโรจะสามารถขึ้นต่อไปได้จากแถลงการณ์ของนางคริสตีน ลาการ์ดประธานธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรป (ECB) ที่ยังแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในยุโรปแต่วันนี้เราก็ทำใจเอาไว้แล้วว่ารายงานตัวเลขผลสำรวจจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) ของเดือนสิงหาคมในเยอรมันอาจจะออกมาลดลงซึ่งอาจทำให้ความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยุโรปลดลงไปด้วยในสายตาของนักลงทุน หากตัวเลขจาก ZEW ในวันนี้ลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เราอาจจะได้เห็นกราฟEUR/USD ร่วงลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วัน นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าหลังการประชุมการค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ประเทศจีนได้แบนการนำเข้าเนื้อหมูจากเยอรมันและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นสถานการณ์ของสกุลเงินยูโรถือว่ามีความเสี่ยงที่กราฟ EUR/USD จะปรับตัวลดลงเพราะไม่มีนักลงทุนถือทั้งสองสกุลเงินมากเท่าที่ควร

**ที่น่าประหลาดใจก็คือการฟื้นตัวขึ้นมาของสกุลเงินปอนด์ **แม้ว่ารัฐบาลอังกฤษพึ่งตัดสินใจกดดันสหภาพยุโรปไปด้วยความพยายามผลักดัน Internal Market Bill ให้กลายเป็นกฎหมาย ในสัปดาห์นี้ก็มีการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ด้วยแต่นักลงทุนก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากนัก สิ่งที่ตลาดจะให้ความสำคัญคือท่าทีของธนาคารกลางที่มีต่อ Brexit ว่าพวกเขาประเมินความเสี่ยงเอาไว้สูงแค่ไหน ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อโควิดยังคงเพิ่มขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ของโลกความน่าสนใจจึงอยู่ที่ BoE จะประเมินภาพรวมของอัตราเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศออกมาเป็นเช่นไร เพราะรายงานตัวเลขอัตราการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อนั้นมาก่อนการประชุม ดังนั้นตลาดจึงคาดหวังว่า BoE อาจมีการประกาศสำคัญหลังจากได้ทราบข้อมูลตัวเลขทั้งสอง

**กราฟดอลลาร์นิวซีแลนด์ คือสกุลเงินที่ทำผลงานได้ดีที่สุดตามมาด้วยสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย และดอลลาร์แคนาดา **ขาขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิดในทุกเมืองยกเว้นโอ๊คแลนด์และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมบนสายการบิน “แอร์ นิวซีแลนด์” ผู้โดยสารยังจำเป็นต้องใส่หน้ากากอยู่แต่สายการบินสามารถขายตั๋วสำหรับที่นั่งตรงกลางได้ รัฐบาลต้องการแสดงให้เห็นว่าภาคการบริการของประเทศไม่ได้อ่อนแอตามที่เป็นข่าว สำหรับข่าวของนิวซีแลนด์แล้วสัปดาห์นี้มีรายงานตัวเลข GDP เป็นข้อมูลที่ตลาดให้ความสำคัญมากที่สุดในสัปดาห์นี้ แคนาดามีรายงานตัวเลขยอดขายปลีกและดัชนีราคาผู้บริโภคในสัปดาห์นี้ส่วนออสเตรเลียมีรายงานตัวเลขของภาคแรงงานและข่าวดีก็คือรายงานการประชุมของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เมื่อเช้านี้ปรากฎว่าผลกระทบเชิงลบไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดการณ์และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไปในเกือบทุกภูมิภาคของออสเตรเลีย